<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการบดีมธ.เหน็บฝ่ายค้านตามัวเมาหมัดล้ม&#039;ประยุทธ์&#039;ไม่ได้ เล่นกันทุกวิธีแยกผิด-ถูกไม่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.64-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ไม่ว่ายุคใดสมัยใด การเมืองไทยไม่เคยมีฝ่ายค้านที่มุ่งแต่จะล้มรัฐบาล ล้มนายกรัฐมนตรี จนหน้ามืด ตามัว เมาหมัด เหมือนกับฝ่ายค้านยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว&amp;nbsp; 2 ครั้ง ไม่ระคายผิวรัฐมนตรีแม้แต่น้อย ยิ่งครั้งหลังยิ่งอภิปรายไม่มีน้ำหนัก ทั้งยังใช้เอกสารเท็จ ข้อมูลเท็จ จนผู้อภิปรายบางคนต้องถูกดำเนินคดีไปตามๆกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะความอยากจะไล่พลเอกประยุทธ์ ให้ได้ ฝ่ายค้านแสดงความเห็นสนับสนุนม็อบทุกชนิด รวมทั้งม็อบหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แม้กระทั่งม็อบทะลุแก๊ส ที่ไม่เพียงไม่ใช่ม็อบ แต่เป็นอันธพาล ใช้อาวุธ ก่อการจลาจล เผา ทุบทำลายทรัพย์สินส่วนรวม ทุกวัน โดยไม่มีจุดหมาย ไม่มีเหตุผล จนประชาชนที่เป็นพลังเงียบเขาเอือมระอากันหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีผู้ร้องเรียนว่า พรรคฝ่ายค้านพรรคใหญ่ให้การสนับสนุนม็อบ ก็ออกมาปฏิเสธ แต่ยังบอกว่า อาจมีสมาชิกพรรคบางคนสนับสนุน ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับพรรค แต่ในการลงมติไม่ไว้วางใจ พรรคนี้ได้ออกคำสั่งให้ ส.ส.ทุกคน ลงมติไม่ไว้วางใจ มิฉะนั้นจะถือว่าขัดต่อหลักจริยธรรมของพรรค แต่การที่มี ส.ส.ไปสนับสนุนม็อบที่ทำผิดกฎหมาย กลับไม่ขัดกับหลักจริยธรรมของพรรค หรือว่าพรรคนี้ไม่รู้จักคำนิยามของคำว่า &amp;quot;จริยธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านจ้องจับผิดนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทุกเรื่องมาตลอด ขณะนี้สถานการณ์โควิด 19 ดีขึ้น ทั้งยังมีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะสามารถจัดหาวัคซีน และฉีดวัคซีนได้ตามเป้า จะเอาวัคซีนแบบไหนก็มีให้เลือก กระนั้นผ่ายค้านบางคน ก็ยังนำเรื่องการรับบริจาควัคซีนจากสหรัฐอเมริกาว่าเป็นความบกพร่องของไทย ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนที่จะบริจาคเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อม็อบก็ไม่ระคายผิวนายกฯ และนับวันยิ่งแผ่วลง เพราะคนไม่เอาด้วย เรื่องโควิด เรื่องวัคซีนก็โจมตีไม่ได้ถนัด ก็หันมาโจมตีเรื่องกู้เงิน คงเป็นเพราะมันง่ายกว่าที่จะค้นหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นมาโจมตี เรื่องน้ำท่วม ปลูกบ้าน 2 ชั้น เรื่องสวดมนต์ เรื่องคุยกับวัว ไม่ได้ย้อนกลับไปดูว่า สมัยที่พรรคตัวเองเป็นรัฐบาล น้ำท่วมกรุงเทพฯอย่างสาหัสยิ่งกว่าสมัยใด และก็มีการจัดสวดมนต์ แต่ฝ่ายค้านสมัยนั้น เขาไม่ได้นำเรื่องสวดมนต์มาโจมตี เหมือนในสมัยนี้
ความอยากล้มรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ แต่ล้มไม่ได้ ทำให้ฝ่ายค้านเมาหมัด เล่นกันทุกวิธี แยกแยะไม่ออก ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก ขอให้ล้มได้เท่านั้นพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดถึงเรื่องสวดมนต์ อย่าได้ดูหมิ่น ดูแคลน ลบหลู่ประเพณีความเชื่อนี้เป็นอันขาด เมื่อครั้งที่รัฐบาลจัดพิธีสวดมนต์ เมื่อโควิด 19 ระบาดใหม่ๆ สมเด็จพระสังฆราชนำสวด บทสวดรัตนสูตร ซึ่งเป็นบทสวดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อขจัดโรคระบาด ก็มีพวกที่หวังผลทางการเมือง กล้าออกมาลบหลู่ หมิ่นแคลน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เราไม่รู้ สิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ใช่ว่าไม่มี ไม่ใช่ไม่คงอยู่ อย่างที่เราพูดกันเสมอว่า &amp;quot;ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่&amp;quot; ไม่ใช่พูดกันเล่นๆ มีตัวอย่างมากมายของความหายนะของคนที่ &amp;quot;ไม่เชื่อ และลบหลู่&amp;quot; ให้เห็น จึงขอย้ำอีกครั้งว่า เวรกรรมมีจริง เพียงแต่เมื่อใดจะตามทันเท่านั้น รอดูกันไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118399</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคฝ่ายค้าน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, ม็อบไล่ประยุทธ์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, สวดมนต์ไล่โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135e4381fbd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อดีตรองอธิบดีมธ.’วิเคราะห์ศึก’ลุงตู่VSธรรมนัส’กับอนาคต’พปชร.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - รศ.หริรักษ์&amp;nbsp;สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;ไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าอนาคตพรรคพลังประชารัฐจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัยหรือไม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่าจะมีการยุบสภา หรือจะเป็นการเลือกตั้งหลังจากสภาหมดวาระในอีกประมาณปีครึ่ง ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการสำรวจของนิด้าโพล คนที่ตอบส่วนใหญ่เห็นว่าการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และและ อ.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจากการเป็นรัฐมนตรี เป็นเรื่องเหมาะสมแล้ว และระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ และไม่ควรตั้งพรรคการเมืองเอง นั่นหมายความว่า ประชาชนที่ตอบเห็นว่า พรรคพลังประชารัฐมีนักการเมืองแบบเก่าที่หวังผลประโยชน์ และคิดแต่เรื่องโควตารัฐมนตรีมากเกินไป พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่ควรลงไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของพรรค การดูแลพรรค และการเมืองในและนอกพรรค ควรเป็นหน้าที่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เช่นเดิม
การที่ พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;รั้งตัว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไว้ให้คงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ อาจเป็นเพราะคนอย่าง ร.อ.ธรรมนัส ควรที่จะเก็บไว้อยู่ใกล้ตัว จะดีกว่าปล่อยให้ไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งการที่ ร.อ.ธรรมนัส จะเลิกยุ่งกับการเมือง ไปใช้ชีวิตเงียบๆ ที่จังหวัดพะเยาเป็นเรื่องที่พูดได้แต่เป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ ร.อ.ธรรมนัสตัดสินใจอยู่กับพรรคพลังประชารัฐต่อไปตามความต้องการของ พล.อ.ประวิตร คำถามคือว่า เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์และ ร.อ.ธรรมนัส จะจบลงง่ายๆอย่างนี้หรือ คำตอบคือ คงไม่จบ เพราะ ร.อ.ธรรมนัสบอกเองว่า &amp;quot;ผมเป็นคนจำนาน&amp;quot; ดังนั้นไม่ลืมแน่ๆ พล.อ.ประยุทธ์เองก็คงไม่ลืมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ทราบว่าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มีความไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัสแค่ไหน แต่จากนี้ไปเป็นที่แน่ใจได้ว่า ไม่มีทางไว้วางใจอีกตลอดกาล &amp;nbsp;อย่างนั้น ร.อ.ธรรมนัส จะมีอนาคตทางการเมืองได้อย่างไรหาก พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ในทางกลับกันหาก ร.อ.ธรรมนัส ยังเป็นเลขาธิการพรรคอยู่ และยังคุมเสียง ส.ส.ทั้งในพรรคพลังประชารัฐจำนวนหนึ่ง และเสียง ส.ส.พรรคเล็ก ทำให้ยังมีอำนาจต่อรอง ร.อ.ธรรมนัส จะขวางไม่ให้พรรคเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหรือไม่ ไม่ทราบเหมือนกันว่า พล.อ.ประวิตรเตรียมหาทางออกไว้แล้วหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะอย่างไร พรรคพลังประชารัฐคงจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้ได้กลับมาจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคใดก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การผลักดันให้การเปลี่ยนแปลงวิธีลงคะแนนเลือกตั้งจากใช้บัตรใบเดียว และมีจำนวน ส.ส.ที่พึงมีเป็นตัวจำกัดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคจะได้ มาเป็นใช้บัตร 2 ใบ ใบหนึ่งเลือกส.ส.เขต ใบหนึ่งเลือกพรรค โดยไม่มีการจำกัดจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่พรรคจะได้ อาจเป็นการตกลงร่วมกันกับพรรคต่างๆ ที่ร่วมกันโหวตผ่าน ซึ่งไม่แน่ว่าข้อตกลงร่วมกันดังกล่าวคืออะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่เคยกล่าวแล้วหลายครั้งว่า การจับมือกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันหลังเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ว่า จะสามารถเจรจาต่อรองผลประโยชน์ได้ลงตัวหรือไม่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด เราจะได้ทราบกันว่า ความแนบแน่นของ 3 ป. เป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรมาโยกคลอนได้จริงหรือไม่ เมื่อถึงวันนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117487</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135e4381fbd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
